(รง.)

                คำฟ้องคดีแรงงาน

 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                คดีหมายเลขดำที่                                /๒๕ ๕๒

 

ศาลแรงงานภาค ๑

(ศาลจังหวัดลพบุรี )

วันที่  31   เดือน  กรกฎาคม  พุทธศักราช ๒๕๕๒

 

                                สหภาพแรงงานไทยเรยอน โดย นายเสน่ห์  ชุ่มหฤทัย  ผู้รับมอบอำนาจ                   โจทก์ 

ระหว่าง

                                บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน) จำกัด                                                                                        จำเลย

 

                                ข้าพเจ้า   สหภาพแรงงานไทยเรยอน   โจทก์/ผู้แทนโจทก์   อายุ   -    ปี  อยู่บ้านเลขที่  ๓๖  หมู่ที่    ถนน  อ่างทอง-อยุธยา  ตรอก/ซอย  -    ใกล้เคียง   -     ตำบล  โพสะ   อำเภอ  เมืองอ่างทอง   จังหวัด  อ่างทอง  โทรศัพท์      -     ที่ทำงาน     -     โทรศัพท์     -     กับพวก     รวม     -     คน  ตามบัญชีรายชื่อ อายุ และที่อยู่แนบท้ายคำฟ้องขอยื่นฟ้อง   บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน)  จำเลย  อยู่บ้านเลขที่  ๓๖  หมู่ที่       ถนน  อ่างทอง-อยุธยาตรอก/ซอย     -    ใกล้เคียง    -     ตำบล     โพสะ     อำเภอ  เมืองอ่างทอง   จังหวัด  อ่างทอง   โทรศัพท์             ๐๓๕-๖๑๑๒๒๗    ที่ทำงาน   -    โทรศัพท์    -   กับพวกรวม     -     คน     ตามบัญชีรายชื่อและที่อยู่แนบท้ายคำฟ้อง มีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

หมายเหตุ*           ข้าพเจ้าทราบกำหนดวันเวลานัดและคำสั่งศาลแล้ว

 

                                                                                                                                .................................................................โจทก์

 

ข้อ ๑.  จำเลยได้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม

 


                สัญญาจ้างแรงงาน                                                                              ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

               

                ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง                                                       กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน

 


                กฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์                                                    กฎหมายประกันสังคม

 


                กฎหมายอื่น ๆ

 

กล่าวคือ                   ข้อ ๑. โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทสหภาพแรงงาน ซึ่งได้จดทะเบียน ณ สำนักงานแรงงานจังหวัดอ่างทอง กระทรวงแรงงาน ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ โดยใช้ชื่อว่า “สหภาพแรงงานไทยเรยอน” มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง โดยมี นายศรีโพธิ์  วายุพักตร์ เป็นประธานกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของสหภาพแรงงานกระทำการผูกพันโจทก์ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาภาพถ่ายประกาศนายทะเบียนสหภาพแรงงานประจำจังหวัดอ่างทอง ที่ ๑/๒๕๒๑ เรื่อง จดทะเบียนสหภาพแรงงาน ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๒๑ และใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนกรรมการสหภาพแรงงานไทยเรยอน ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ เอกสารท้ายฟ้องหมาย ๑ และ ๒

                                สหภาพแรงงานโจทก์เป็นสหภาพแรงงานที่จัดตั้งขึ้นภายในสถานประกอบการของจำเลย

                                อนึ่ง ในการยื่นคำฟ้องและดำเนินคดี โจทก์ได้มอบอำนาจให้ นายเสน่ห์  ชุ่มหฤทัย  เป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีแทนโจทก์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๓

                                ข้อ ๒. จำเลยเป็นนิติบุคคลประเภท บริษัทมหาชนจำกัด จดทะเบียน ณ สำนักพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ชื่อในทางการค้าว่า “บริษัท ไทยเรยอน จำกัด (มหาชน)” โดยมี นายกุมารมังกาลัม เบอร์ล่า, นายราชาสรี เบอร์ล่า, นายไชยัม  ซุนเดอร์ มาฮัมซาเรีย, นายวินัย  สัจเดว, นายอโมลัด  ทักราล, นางรัชนี  ดาจิจิ, นายรามาคานท์  ราที, นายไชเลนดรา  กุมาร เจน และนายปูรันมาล  บาจาจ กรรมการสองคนลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทผูกพันจำเลยได้รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือรับรองจำเลยเอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๔

                                ข้อ ๓. โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างซึ่งได้ทำการจดทะเบียนและยังมีผลใช้บังคับอยู่ไว้ด้วยการหลายฉบับนับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ จนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้

                                ข้อ ๔. ต่อมาเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ต่อเนื่องมาจนถึงวันฟ้องร้อง จำเลยได้กระทำการอันเป็นการขัดหรือฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และรวมทั้งไม่กระทำการปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้มีการตกลงกันไว้ด้วยกันหลายประการดังนี้

                                                ๔.๑ โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้ว่า จำเลยตกลงทำการสร้างห้องอาบน้ำและห้องส้วมให้กับพนักงานซึ่งทำงานในแผนกอ๊อกซิลารี่ ซึ่งจำเลยก็ได้ทำการจัดสร้างห้องอาบน้ำให้จำนวน ๒ ห้อง และห้องส้วมจำนวน ๒ ห้อง แบ่งแยกเป็นห้องอาบน้ำและห้องส้วมชายและหญิงอย่างละ ๑ ห้อง รวมทั้งได้จัดสร้างโถปัสสาวะชายชนิดยาวให้อีก ๑ ห้อง ภายหลังวันที่โจทก์และจำเลยทำข้อตกลงกัน แต่ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จำเลยได้ทำการทุบห้องอาบน้ำ ห้องส้วม และโถปัสสาวะตามที่กล่าวมาข้างต้นทิ้งเสีย ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ โจทก์และจำเลยได้มีการเจรจาและทำบันทึกข้อตกลงกันไว้ว่า จำเลยตกลงจัดสร้างห้องส้วมชาย ๑ ห้อง ห้องส้วมหญิง ๑ ห้อง ห้องอาบน้ำชายหญิงอย่างละ ๑ ห้อง พร้อมด้วยโถปัสสาวะ ๑ ห้อง ให้แก่โจทก์

                                แต่ภายหลังที่ได้มีการทำบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ จนถึงวันฟ้องคดีนี้จำเลยยังมิได้กระทำการก่อสร้างห้องอาบน้ำ ห้องส้วม และโถปัสสาวะตามที่ได้ตกลงไว้ต่อกันให้แก่โจทก์แต่อย่างใด ซึ่งการกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ต่อกัน รายละเอียดปรากฏตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๒๖ ข้อที่ ๑๕ (๑๕.๑.๔) ประกบกับข้อ (๑๕.๒.๑) และบันทึกข้อตกลงฉบับลงวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๕ และ ๖ ตามลำดับ

                                ๔.๒ โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้ว่า จำเลยตกลงจัดทำประกันสุขภาพหมู่ให้แก่ลูกจ้างของจำเลย ตลอดรวมถึงคู่สมรส และบุตรของลูกจ้างด้วย และจำเลยได้ตกลงว่าจะเป็นผู้ทดลองจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้าง คู่สมรส และบุตรของลูกจ้างในส่วนที่เกินกว่าวงเงินที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพคุ้มครองให้แก่ทางโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ จังหวัดอ่างทอง ไปก่อนแล้วจึงค่อยมาหักเอาจากค่าจ้างของลูกจ้างผู้นั้นในภายหลังจนกว่าจะครบจำนวนที่ทดลองจ่ายให้ ซึ่งภายหลังที่ได้ทำข้อตกลงกันแล้วจำเลยก็ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยดีมาตลอด

                                แต่ต่อมาจำเลยได้ทำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อตกลงฯ แต่เพียงลำพัง โดยจำเลยได้ทำการระงับการทดลองจ่ายเงินค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกินกว่าที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพคุ้มครองสำหรับการใช้บริการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลอ่างทองเวชการ ลงเสีย ซึ่งการกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ต่อกัน รายละเอียดปรากฏตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ข้อที่ ๑๑  และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ข้อที่ ๔.๔ และ ๔.๙ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๗ และ ๘

                                ๔.๓. โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ในข้อที่ ๓๑ ว่า “จำเลยบริษัทฯ จำเลยตกลงจัดหอพักให้แก่พนักงานที่มีภูมิลำเนาต่างจังหวัดและทำงานเพียงคนเดียวให้ตามจำนวนห้องว่างที่มีอยู่ในขณะนั้น โดยมีหลักเกณฑ์การพิจารณาเรื่องตำแหน่งงาน, อายุงาน และอัตราเงินเดือน ในการพิจารณาให้เข้าพักในหอพัก” และเมื่อประมาณเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ ได้มีลูกจ้างของจำเลยจำนวน ๓ คน คือ นายเสน่ห์  ภุมมาลี , นายอนุวัตร  นาคอาทิตย์ และ นายทวีศักดิ์  สันทัด ได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยเพื่อขอให้จำเลยจัดหอพักให้เข้าพักอาศัยตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวข้างต้น เนื่องจากลูกจ้างทั้ง ๓ คนดังกล่าวมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะต้องได้รับสิทธิในการเข้าอยู่อาศัยในหอพักของจำเลยตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับโจทก์ แต่จำเลยก็มิได้จัดให้ลูกจ้างทั้งสามได้เข้าพักอาศัยในหอพักของจำเลยตามข้อตกลงแต่อย่างใด ซึ่งการกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ต่อกัน ข้อเท็จจริงปรากฏตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ข้อที่ ๓๑ ตามเอกสารแนบท้ายคำฟ้องหมายเลข ๗

                                ๔.๔ โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ในข้อที่ ๒๙ ว่า “จำเลยตกลงสร้างหอพักครอบครัวซึ่งมีห้องนอน และแยกห้องครัวกับห้องโถงออกจากกันให้กับพนักงานซึ่งทำงานในตำแหน่งลีดเดอร์ จำนวน ๒๔ ครอบครัว” ซึ่งภายหลังที่ได้ทำข้อตกลงดังกล่าวแล้วจำเลยก็ได้ทำการก่อสร้างหอพักครอบครัวจำนวน ๒๔ ครอบครัว ให้ลูกจ้างที่ทำงานในตำแหน่งลีดเดอร์ได้เข้าพักอยู่อาศัยตามข้อตกลงที่ได้ทำต่อกันไว้มาโดยตลอด โดยหอพักครอบครัวที่ลูกจ้างได้เข้าพักอาศัยนั้นจำเลยได้จัดให้มีอุปกรณ์ส่วนควบและสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยกล่าวคือ จำเลยได้จัดทำมุ้งลวด, ฝ้ากันความร้อนที่เพดาน, กันสาดกันฝนเข้าห้อง, ติดตั้งน้ำประปาในห้อง, ติดตั้งไฟฟ้าในห้อง, ติดตั้งพัดลมดูดอากาศและตู้เก็บของให้ห้องครัวให้, จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลรักษาทรัพย์สินของผู้พักอาศัยและของหอพักจำนวน ๒ คน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และยังจัดให้ลูกจ้างที่เข้าพักอาศัยในหอพักดังกล่าวได้ใช้ไฟฟ้าในห้องพักโดยมีอัตรากำหนดคือ ลูกจ้างชายโสด หญิงโสดและลูกจ้างที่พักเป็นครอบครัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับไฟฟ้าที่ใช้ในห้องพัก ส่วนลูกจ้างที่มีตำแหน่งหัวหน้างานหากใช้ไฟฟ้าในห้องพักไม่เกินจำนวน ๑๗๕ ยูนิต ไม่ต้องจ่ายค่าใช้ไฟฟ้าในห้องพักแต่ประการใด จนกระทั่งเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๙ จำเลยมีโครงการที่จะรื้อถอนหอพักครอบครัวตามที่กล่าวมาข้างต้นเสียเพื่อนำที่ดินบริเวณที่เป็นหอพักดังกล่าวไปใช้เป็นสถานที่ติดตั้งเครื่องจักรแทน ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหามคม ๒๕๔๙ โจทก์ได้ดำเนินการฟ้องร้องดำเนินคดีกับจำเลยในเรื่องการทุบรื้อถอนหอพักดังกล่าวต่อศาลแรงงานภาค ๑ เป็นคดีหมายเลขดำที่ ๑๙๔/๒๕๔๙ และเมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ โจทก์และจำเลยได้ทำบันทึกข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีดังกล่าว โดยจำเลยตกลงสร้างหอพักใหม่เพื่อทดแทนหอพักครอบครัวเดิมจำนวน ๒๔ ห้อง ที่จำเลยรื้อถอนให้ใหม่จำนวน ๑ หลัง โดยในการก่อสร้างหอพักหลังใหม่นี้ให้มีคุณสมบัติลักษณะและสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัยเหมือนเช่นเดียวกันกับหอพักเดิมที่ถูกรื้อถอนไป ซึ่งต่อมาจำเลยได้ทำการสร้างหอพักใหม่ให้จำนวน ๑ หลัง แต่จำเลยกลับมิได้ทำการก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ส่วนควบรวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกความปลอดภัยให้เหมือนดั่งเดิมตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดั่งเช่นหอพักเดิมก่อนที่จะถูกจำเลยรื้อถอนไปเสียกล่าวคือ

                                                ก.  จำเลยมิได้จัดให้มีการติดตั้งระบบน้ำประปาเพื่อไว้สำหรับการอุปโภคบริโภคให้แก่ลูกจ้างที่เข้าพักอาศัยในหอพักใหม่เหมือนดั่งเช่นหอพักเดิมแต่อย่างใด

                                                ข.  จำเลยมิได้จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลทรัพย์สินของผู้เข้าพักและของหอพักตามจำนวนและระยะเวลาเหมือนดั่งเช่นหอพักเดิมแต่อย่างใด

                                                ค.  จำเลยมิได้ทำการติดตั้งมุ้งลวด , ฝ้ากันความร้อนเพดาน , กันสาดกันน้ำฝนหน้าห้อง , พัดลมดูดอากาศและตู้เก็บของในห้องครัวหอพักใหม่เหมือนดั่งเช่นที่ได้มีการติดตั้งให้ไว้ในหอพักเดิมแต่อย่างใด

                                                ง.  จำเลยได้ทำการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าแก่ลูกจ้างที่ย้ายไปเข้าพักในหอพักใหม่ ทั้งที่เดิมลูกจ้างที่เข้าพักอาศัยไม่ต้องเสียค่าไฟฟ้าแต่อย่างใด ซึ่งการกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ต่อกัน รายละเอียดปรากฏตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ข้อที่ ๒๙ และ ข้อที่ ๓๐ (๓๐.๑) , ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๓๕ ข้อที่ ๒๐ , ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ข้อที่ ๑๑ และบันทึกข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทในคดี ระหว่างจำเลยกับโจทก์ ฉบับลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๙ ถึง ๑๒

๔.๕.  โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ไว้ว่า “ข้อ ๑๐. บริษัทฯ ตกลงทำการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงานของแผนกสปินนิ่ง (ผลิต)”  ซึ่งจำเลยได้ทำการจัดสร้างห้องเฝ้าเครื่องจักร เอ็ม. ซี 1 และ 2 พร้อมด้วยติดตั้งอุปกรณ์พัดลมเพื่อดูดลมเย็นไว้แต่ต่อมาจำเลยได้ทำการรื้อถอนห้องเฝ้าเครื่องจักรดังกล่าวออกเสียโดยโจทก์มิได้ตกลงยินยอมด้วย ซึ่งการกระทำของจำเลยถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงที่ได้ทำไว้ต่อกัน รายละเอียดปรากฏตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑๓

                                ๔.๖  โจทก์และจำเลยได้มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ หลายข้อด้วยกันกล่าวคือ

                “ข้อที่ ๘ หอพักพนักงาน (๘.๓) บริษัทฯ ตกลงสร้างห้องพักสำหรับพนักงานไว้นอนพักเพื่อรอเข้ากะหรือหลังออกกะ โดยแยกห้องชาย-หญิง อย่างละ 1 ห้อง และจัดบริเวณพักผ่อนสำหรับพนักงาน โดยจัดสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่เคยมีอยู่” ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้ดำเนินการสร้างห้องพักสำหรับพนักงานเพื่อการดังกล่าวข้างต้นให้แก่โจทก์ตามข้อตกลงฯ แต่อย่างใด

                “ข้อที่ ๙. การปรับปรุงร้านอาหารภายในโรงงาน ( ๙.๒ ) บริษัทฯ ตกลงติดตั้งเครื่องปรับลมเย็นจำนวน ๒ ตัว ที่ร้านอาหารตึกวิสโคสผลิต” ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องทำลมเย็นที่สามารถใช้การได้ดีตามข้อตกลงฯ ให้แต่อย่างไร

                “ข้อ ๑๑. การตรวจร่างกายประจำปีของพนักงาน ( ๑๑.๒ ) บริษัทฯ ตกลงจัดให้มีการตรวจหาสารคาร์บอนได้ซัลไฟด์ให้แก่พนักงานในหน่วยงาน ซีเอสทูเฟอร์เนต , รีไฟเนอรี่ , ซิมเพล็คไรเพนนิ่งรูม , สปินนิ่ง   แมทชีน และเจทรูม โดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวะเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวะเวชศาสตร์” ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้จัดให้มีการตรวจสุขภาพหาสารคาร์บอนได้ซัลไฟด์ให้แก่พนักงานในหน่วยงาน ซีเอสทูเฟอร์เนต , รีไฟเนอรี่ , ซิมเพล็คไรเพนนิ่งรูม , สปินนิ่งแมทชีน และเจทรูม โดยแพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งที่ได้รับอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมด้านอาชีวะเวชศาสตร์ หรือผ่านการอบรมด้านอาชีวะเวชศาสตร์ให้ตามข้อตกลงฯ แต่อย่างใด

                “ ข้อ ๑๓ การปรับปรุงสถานที่ทำงาน บริษัท ฯ ตกลงปรับปรุงสถานที่ทำงานดังต่อไปนี้

                                                (๑๓.๒.) ปรับปรุงระบบดูดแก๊สบริเวณสปินนิ่งแมทชีนเครื่องที่ ๔ ดังนี้

                                                                ๑๓.๒.๑. เพิ่มขนาดท่อแก๊สทางเข้า-ออก ของพัดลมดูดแก๊สตัวที่หนึ่งและตัวที่สองของสปินนิ่งแมทชีน ๔ จากขนาด ๒๘ นิ้ว เป็นขนาด ๓๖ นิ้ว

                                                (๑๓.๓.) บริษัทฯ ตกลงจัดสร้างห้องระหว่างสปินนิ่งแมทชีน ๔ และ ๕ ดังนี้

                                                                ๑๓.๓.๑ ห้องทำงานของโอเปอร์เรเตอร์บริเวณอาฟเตอร์ทรีสเมนท์ ๑ ห้อง (พร้อมลมผ่านคอล์ยเย็น)

                                                                ๑๓.๓.๒ ห้องเก็บสแปร์คัตเตอร์ ๑ ห้อง (ไม่มีลมผ่านคอล์ยเย็น)

                                                                ๑๓.๓.๔ ห้องทำงานสำหรับช่างแผนกสปินนิ่งซ่อมบำรุง ๑ ห้องในบริเวณที่เหมาะสมระหว่างสปินนิ่งแมทชีน ๔ และ ๕ (ไม่มีลมผ่านคอล์ยเย็น) หลังจากแมทชีน ๕ แล้วเสร็จ

                                                (๑๓.๔) ติดตั้งเครื่องตรวจวัดแก๊ส เอช.ทูเอส (H2S) จำนวน ๑ ชุด บริเวณสปินนิ่งแมทชีนเพื่อใช้ทดลองวัดปริมาณแก๊ส เอช.ทูเอส (H2S) ถ้าใช้ได้ดีจะติดตั้งบริเวณอื่นตามความเหมาะสม

                                                (๑๓.๕) ติดตั้งพัดลมโคจรจำนวน ๑ เครื่องที่ห้องเซ็นทรัล

                                                (๑๓.๖) ติดตั้งพัดลมดูดแก๊สบริเวณถังรีซีฟวิ่งแทงค์ในห้องเย็นเพิ่มจำนวน ๑ ตัว

                                                (๑๓.๙) สร้างห้องประชุมชั้นลอยที่แผนกบอยเลอร์ตามแบบที่บริษัทฯ กำหนด”

ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้ดำเนินการปรับปรุงจัดสร้างและติดตั้งสิ่งต่าง ๆ ตามที่กล่าวมาตามข้อตกลงฯ ให้แต่อย่างใด

                “ ข้อ ๑๕ ระบบโครงสร้างค่าจ้าง

                                                ( ๑๕.๑ ) บริษัทและสหภาพแรงงานฯ ได้ตกลงให้เปลี่ยนข้อกำหนดในโครงสร้างค่าจ้าง ระบบจำแนกตำแหน่งในบทที่ ๓ ( การขึ้นเงินเดือนประจำปี ) ข้อกำหนดที่ ๓.๒.๔ ดังต่อไปนี้พนักงานซึ่งมีค่าจ้างมูลฐานเกินกว่าค่าจ้างสูงสุด ( เพดานตามตารางที่ ๓ ) ในแต่ละระดับจะได้รับการขึ้นค่าจ้างประจำปีเท่ากับร้อยละ ๕๕ จากจำนวนเงินซึ่งคำนวณได้จากคะแนนตามเกรดที่ได้รับ ( ดี, ซี, บี, หรือเอ ) ระหว่าง ๘ – ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ของค่าจ้างมูลฐานของพนักงานแต่ละคน ณ  วันที่ ๓๑  ธันวาคม ของทุกปี ” ซึ่งจำเลยได้กระทำฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวข้างต้น โดยจำเลยมิได้ทำการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งจำเลยจะต้องปรับขึ้นให้แก่ลูกจ้างในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา แต่จำเลยกลับมิได้กระทำการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีดังกล่าวมาข้างต้นให้แก่พนักงานแต่อย่างใดการกระทำของจำเลยถือว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้ตกลงกันไว้กับโจทก์อันถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์จึงขอให้จำเลยทำการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปีสำหรับงวดปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้แก่ลูกจ้างจำเลยในอัตรา ๘ -๑๑ เปอร์เซ็นต์ ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้ตกลงไว้ต่อกัน

                “ ข้อ  ๑๗. การเกษียณอายุงาน ให้ยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฯ ข้อ ๙.๓. และ ๙.๔. ลงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๔๔ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน (๑๗.๒.) บริษัทฯ ตกลงจ่ายเงินค่าเลี้ยงส่งพนักงานที่เกษียณอายุเป็นรายบุคคลตามจำนวนพนักงานในแต่ละแผนก โดยกำหนดไว้ดังนี้ ปี ๒๕๕๐ จำนวน ๑๐๐ / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๐๐๐ บาท , ปี ๒๕๕๑ จำนวน ๑๑๐ บาท / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๕๐๐ บาท และปี ๒๕๕๒ จำนวน ๑๑๐ / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๕๐๐ บาท ”   ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยมิได้ดำเนินจ่ายเงินค่าเลี้ยงส่งพนักงานที่เกษียณอายุงานให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใดเลย                                                         

            “ ข้อ ๑๘. รถพยาบาล บริษัทฯ ตกลงปรับปรุงรถพยาบาลให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน โดยให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน เป็นผู้ตรวจสภาพรถทุกเดือนและจัดให้มีเจ้าหน้าที่สำหรับขับรถพยาบาลตลอดเวลา ” ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้ดำเนินการจัดให้มีเจ้าหน้าที่สำหรับขับรถพยาบาลประจำให้ตลอดเวลาตามข้อตกลงฯ แต่อย่างใด

            “ ข้อ ๒๐. การจัดแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ บริษัทฯ ตกลงจัดแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์จากโรงพยาบาลอ่างทองมาตรวจและให้คำปรึกษาแก่พนักงานเดือนละ ๒ ครั้ง โดยสลับกับแพทย์อายุรกรรมปัจจุบันที่ห้องพยาบาลของบริษัท ” ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้ดำเนินการจัดหาแพทย์ด้านอาชีวศาสตร์มาตรวจรักษาและให้คำปรึกษาตามข้อตกลงฯ ให้แต่อย่างใด

           “ ข้อ ๒๕. สนามกีฬา บริษัทตกลงจัดสร้างสนามกีฬาพร้อมอุปกรณ์ ตามสภาพสนามเดิม ที่บริเวณหอชมดาว ดังนี้ (๒๕.๔.) สนามเปตองจำนวน ๓ สนาม ” ซึ่งนับตั้งแต่ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างไว้ต่อกันจนถึงวันฟ้องร้องเป็นคดีนี้จำเลยยังมิได้ดำเนินการจัดทำสนามเปตองให้ตามข้อตกลงฯ แม้แต่สนามเดียวแต่อย่างใด

           ซึ่งการกระทำของจำเลยดังกล่าวมาข้างต้นถือได้ว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่ได้ตกลงกันไว้กับโจทก์อันถือว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามข้อตกลงรายละเอียดปรากฏตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ ข้อที่ ๘, ๙, ๑๑, ๑๓, ๑๕, ๑๗, ๑๘, ๒๐ และข้อ ๒๕ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข ๑๔

           ข้อ ๕. การกระทำของจำเลยที่ได้กระทำการระงับเปลี่ยนแปลงแก้ไข และไม่ดำเนินการจัดการก่อสร้างหรือทำให้เป็นไปตามข้อกำหนดตกลงซึ่งได้ตกลงกันไว้ในข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยตามที่กล่าวมาในฟ้องข้อ ๔ ข้างต้นนั้น จำเลยได้กระทำการไปแต่โดยลำพังฝ่ายเดียวโดยโจทก์และลูกจ้างอื่นมิได้ตกลงยินยอมด้วย ซึ่งการกระทำของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง ทั้งยังเป็นการเปลี่ยนแปลงในระหว่างที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่โจทก์กับจำเลยได้ตกลงร่วมกันไว้ยังมีผลบังคับใช้อยู่ อันถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๘ ๒๕๔๑

           โจทก์จึงขอให้ศาลได้โปรดมีคำพิพากษาบังคับให้จำเลยทำการจัดสร้างห้องส้วมชาย ๑ ห้องห้องส้วมหญิง ๑ ห้อง ห้องอาบน้ำชายหญิงอย่างละ ๑ ห้อง พร้อมด้วยโถปัสสาวะ ๑ ห้อง ในแผนกอ๊อกซิลารี่ตามคำฟ้องข้อ ๔ (๔.๑)

            บังคับให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งระงับการทดลองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ จังหวัดอ่างทองเสียและให้จำเลยเป็นผู้ทดลองจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้าง คู่สมรส และบุตรของลูกจ้างในส่วนที่เกินกว่าวงเงินที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพคุ้มครองให้แก่ทางโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ จังหวัดอ่างทอง ไปก่อนแล้วจึงค่อยมาหักเอาจากค่าจ้างของลูกจ้างผู้นั้นในภายหลังจนกว่าจะครบจำนวนที่ทดลองจ่ายให้ ตามคำฟ้องในข้อ ๔ (๔.๒)

           บังคับให้จำเลยจัดให้ลูกจ้างทั้งสามตามคำฟ้องข้อ ๔ (๔.๓) ได้เข้าพักอาศัยในหอพักของจำเลยตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้วย

           บังคับให้จำเลยปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ข้อที่ ๒๙ และข้อที่ ๓๐ (๓๐.๑) ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๓๕ ข้อที่ ๒๐ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ข้อที่ ๑๑ และบันทึกข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีระหว่างจำเลยกับโจทก์ ฉบับลงวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ โดยให้จำเลยทำการติดตั้งระบบน้ำประปาเพื่อไว้สำหรับการอุปโภคบริโภคให้แก่ลูกจ้างที่เข้าพักอาศัยในหอพักใหม่ จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลทรัพย์สินของผู้เข้าพักและของหอพักตามจำนวนและระยะเวลาเหมือนดั่งเช่นหอพักเดิม ทำการติดตั้งมุ้งลวดฝ้ากนความร้อนบนเพดานกันสาดกันฝนหน้าห้อง พัดลมดูดอากาศและตู้เก็บของในห้องครัวในหอพักใหม่และให้จำเลยระงับคำสั่งและการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าจากลูกจ้างที่ย้ายไปเข้าพักในหอพักใหม่ ตามคำฟ้องในข้อ ๔(๔.๔.)

           บังคับให้จำเลยปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ โดยให้จำเลยทำการจัดสร้างห้องเฝ้าเครื่องจักร เอ็ม. ซี. ๑ และ ๒ พร้อมทำการปรับสภาพแวดล้อมในบริเวณสถานที่ทำงานให้เป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามคำฟ้องในข้อที่ ๔(๔.๕) ด้วย และบังคับให้จำเลยปฏิบัติและดำเนินการจัดทำให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ ในข้อที่ ๘ หอพักพนักงาน (๘.๓) โดยให้จำเลยทำการสร้างห้องพักสำหรับพนักงานชายและหญิงอย่างละ ๑ ห้องไว้นอนพักเพื่อรอเข้ากะหรือหลังออกกะ , ในข้อที่ ๙. การปรับปรุงร้านอาหารภายในโรงงาน (๙.๒) โดยให้จำเลยทำการติดตั้งเครื่องปรับลมเย็นที่สามารถใช้การได้ดีจำนวน ๒ ตัว ที่ร้านอาหารตึกวิสโคสผลิต, ในข้อที่ ๑๑. การตรวจร่างกายประจำปีพนักงาน (๑๑.๒) โดยให้จำเลยจัดให้มีการตรวจหาสารคาร์บอนได้ซัลไฟด์ให้แก่พนักงาน, ในข้อที่ ๑๓ การปรับปรุงสถานที่ทำงาน (๑๓.๒., ๑๓.๔., ๑๓.๕., ๑๓.๖. และ ๑๓.๙.) โดยให้จำเลยเพิ่มขนาดท่อแก๊สทางเข้า – ออกของพัดลมดูดแก๊สตัวที่หนึ่งและตัวที่สองของสปินนิ่งแมทชีน ๔ จากขนาด ๒๘ นิ้ว เป็นขนาด ๓๖ นิ้ว จัดสร้างห้องระหว่างสปินนิ่งแมทชีน ๔ และ๕ จัดสร้างห้องทำงานของโอเปอร์เรเตอร์บริเวณอาฟเตอร์ทรีสเมนท์ ๑ ห้อง (พร้อมลมผ่านคอล์ยเย็น) จัดสร้างห้องเก็บสแปร์คัตเตอร์ ๑ ห้อง (ไม่มีลมผ่านคอล์ยเย็น) จัดสร้างห้องทำงานสำหรับช่างแผนกสปินนิ่งซ่อมบำรุง ๑ ห้องในบริเวณที่เหมาะสมระหว่างสปินนิ่งแมทชีน ๔ และ ๕ (ไม่มีลมผ่านคอล์ยเย็น ) ให้จำเลยทำการติดตั้งเครื่องตรวจวัดแก๊ส เอช.ทู. เอส (H2S) จำนวน ๑ชุด บริเวณสปินนิ่งแมทชีนเพื่อใช้ทดลองวัดปริมาณแก๊ส เอส. ทู. เอส. (H2S) ถ้าใช้ไดดีจะติดตั้งบริเวณอื่นตามความเหมาะสม ติดตั้งพัดลมโคจรจำนวน ๑ เครื่องที่ห้องเซ็นทรัล ติดตั้งพัดลมดูดแก๊สบริเวณถังรีซีฟวิ่งแทงค์ในห้องเย็นเพิ่มจำนวน ๑ ตัว สร้างห้องประชุมชั้นลอยที่แผนกบอยลอร์ , ในข้อที่ ๑๕ โดยให้จำเลยทำการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้แก่ลูกจ้างในอัตรา ๘ – ๑๑ เปอร์เซ็นต์ในข้อที่ ๑๗ การเกษียณอายุงาน (๑๗.๒) ให้จำเลยทำการจ่ายเงินค่าเลี้ยงส่งพนักงานที่เกษียณอายุเป็นรายบุคคลตามจำนวนพนักงานในแต่ละแผนก สำหรับปี ๒๕๕๐ จำนวน ๑๐๐ บาท / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๐๐๐ บาท , ปี ๒๕๕๑ จำนวน ๑๑๐ บาท / คนหรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๕๐๐ บาท และปี ๒๕๕๒ จำนวน ๑๑๐ / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๕๐๐ บาท, ในข้อที่ ๑๘ รถพยาบาลให้จำเลยจัดให้มีเจ้าหน้าที่สำหรับขับรถพยาบาลตลอดเวลา, ในข้อที่ ๒๐ การจัดแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ ให้จำเลยจัดแพทย์ด้านอาชีวศาสตร์จากโรงพยาบาลอ่างทองมาตรวจและให้คำปรึกษาแก่พนักงานเดือนละ ๒ ครั้ง และในข้อที่ ๒๕ สนามกีฬา (๒๕.๔) ให้จำเลยทำการสนามเปตองจำนวน ๓ สนาม    บริเวณหอพักชมดาว ตามคำฟ้องข้อที่ ๔.๖. ด้วย

           โจทก์ไม่มีหนทางอื่นใดที่จะบังคับเอาแก่จำเลยได้จึงจำเลยได้ จึงจำต้องมาฟ้องเป็นคดีต่อศาลนี้ เพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่ง

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

 

                 (รง.๑)

                 คำขอท้ายคำฟ้องคดีแรงงาน

                 เพราะฉะนั้น  ขอศาลออกหมายเรียกจำเลยมาพิจารณาพิพากษาและบังคับจำเลยตามคำขอนี้ต่อไป

                   þ ให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจ้างแรงงานหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน หรืข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง โดย บังคับให้จำเลยทำการจัดสร้างห้องส้วมชาย ๑ ห้อง ห้องส้วมหญิง ๑ ห้อง ห้องอาบน้ำชายหญิงอย่างละ ๑ พร้อมด้วยโถปัสสาวะ ๑ ห้อง ในแผนกอ๊อกซิลารี่ ตามคำฟ้องข้อ ๔ (๔.๑)

              บังคับให้จำเลยเพิกถอนคำสั่งระงับการทดลองจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลสำหรับโรงพยาบาลอ่างทองเวชการจังหวัดอ่างทองเสียและให้จำเลยเป็นผู้ทดลองจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลให้แก่ลูกจ้าง คู่สมรส และบุตรของลูกจ้างในส่วนที่เกินกว่าวงเงินที่กรมธรรม์ประกันสุขภาพคุ้มครองให้แก่ทางโรงพยาบาลอ่างทองเวชการ จังหวัดอ่างทองไปก่อนแล้วจึงค่อยมาหักเอาจากค่าจ้างของลูกจ้างผู้นั้นในภายหลังจนกว่าจะครบจำนวนที่ทดลองจ่ายให้ ตามคำฟ้องในข้อ ๔(๔.๒)

           บังคับให้จำเลยจัดให้ลูกจ้างทั้งสามตามคำฟ้องข้อ ๔(๔.๓) ได้เข้าพักอาศัยในหอพักของจำเลยตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างด้วย

           บังคับให้จำเลยปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๓๒ ข้อที่ ๒๙ และข้อที่ ๓๐ (๓๐.๑) ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๓๕ ข้อที่ ๒๐ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยฉบับลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๓๘ ข้อที่ ๑๑ และบันทึกข้อตกลงเพื่อระงับข้อพิพาทในคดีระหว่างจำเลยกับโจทก์ ฉบับลงวัยที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๐ โดยให้จำเลยทำการติดตั้งระบบน้ำประปาเพื่อไว้สำหรับการอุปโภคบริโภคให้แก่ลูกจ้างที่เข้าพักอาศัยในหอพักใหม่ จัดให้มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลทรัพย์สินของผู้เข้าพักและของหอพักตามจำนวนและระยะเวลาเหมือนดั่งเช่นหอพักเดิม ทำการติดตั้งมุ้งลวดฝ้ากันความร้อนบนเพดานกันสาดกันน้ำฝนหน้าห้อง พัดลมดูดอากาศและตู้เก็บของในห้องครัวในหอพักใหม่ และให้จำเลยระงับคำสั่งและการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าจากลูกจ้างที่ย้ายไปเข้าพักใหม่ตามคำฟ้องในข้อ ๔(๔.๔)

           บังคับให้จำเลยปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างฉบับลงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ โดยให้จำเลยทำการจัดสร้างห้องเฝ้าเครื่องจักร เอ็ม. ซี. ๑ และ๒ พร้อมทำการปรับสภาพแวดล้อมในบริเวณสถานที่ทำงานให้เป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามคำฟ้องในข้อที่ ๔(๔.๕) ด้วย และบังคับให้จำเลยปฏิบัติและดำเนินการจัดทำให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันไว้เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ ในข้อที่ ๘ หอพักพนักงาน (๘.๓) โดยให้จำเลยทำการสร้างห้องพักสำหรับพนักงานชายและหญิงอย่างละ ๑ ห้องไว้นอนพักเพื่อรอเข้ากะหรือหลังออกกะ , ในข้อที่ ๙. การปรับปรุงร้านอาหารภายในโรงงาน (๙.๒) โดยให้จำเลยทำการติดตั้งเครื่องปรับลมเย็นที่สามรถใช้การได้ดีจำนวน ๒ ตัว ที่ร้านอาหารตึกวิสโคสผลิต, ในข้อที่ ๑๑. การตรวจร่างกายประจำปีของพนักงาน (๑๑.๒) โดยให้จำเลยจัดให้มีการตรวจหาสารคาร์บอนได้ซัลไฟด์ให้แก่พนักงาน, ในข้อที่ ๑๓ การปรับปรุงสถานที่ทำงาน (๑๓.๒., ๑๓.๔., ๑๓.๕., ๑๓.๖. และ ๑๓.๙.) โดยให้จำเลยเพิ่มขนาดท่อแก๊สทางเข้า - ออกของพัดลมดูดแก๊สตัวที่หนึ่งและตัวที่สองของสปินนิ่งแมทชีน ๔ จากขนาด ๒๘ นิ้ว เป็นขนาด ๓๖ นิ้ว จัดสร้างห้องระหว่างสปินนิ่งแมทชีน ๔ และ ๕ จัดสร้างห้องทำงานของโอเปอร์เรเตอร์บริเวณอาฟเตอร์ทรีสเมนท์ ๑ ห้อง (พร้อมลมผ่านคอล์ยเย็น) จัดสร้างห้องเก็บสแปร์คัตเตอร์ ๑ ห้อง (ไม่มีลมผ่านคอล์ยเย็น) จัดสร้างห้องทำงานช่างแผนกสปินนิ่งซ่อมบำรุง ๑ ห้องในบริเวณที่เหมาะสมระหว่างสปินนิ่งแมทชีน ๔ และ ๕ (ไม่มีลมผ่านคอล์ยเย็น) ให้จำเลยทำการติดตั้งเครื่องตรวจวัดแก๊ส เอช.ทู.เอส (H2S)  จำนวน ๑ ชุด บริเวณสปินนิ่งแมทชีนเพื่อใช้ทดลองวัดปริมาณแก๊ส เอช.ทู.เอส (H2S) ถ้าใช้ได้ดีจะติดตั้งบริเวณอื่นตามความเหมาะสม ติดตั้งพัดลมโคจรจำนวน ๑ เครื่องที่ห้องเซ็นทรัล ติดตั้งพัดลมดูดแก๊สบริเวณถังรีซีฟวิ่งแทงค์ในห้องเย็นเพิ่มจำนวน ๑ ตัว สร้างห้องประชุมชั้นลอยที่แผนกบอยเลอร์ , ในข้อที่ ๑๕ โดยให้จำเลยทำการปรับขึ้นค่าจ้างประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ให้แก่ลูกจ้างในอัตรา ๘ – ๑๑ เปอร์เซ็นต์ในข้อที่ ๑๗ การเกษียณอายุงาน (๑๗.๒.)ให้จำเลยทำการจ่ายเงินค่าเลี้ยงส่งพนักงานที่เกษียณอายุเป็นรายบุคคลตามจำนวนพนักงานในแต่ละแผนก สำหรับปี ๒๕๕๐ จำนวน ๑๐๐ บาท / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๐๐๐ บาท , ปี ๒๕๕๑ จำนวน ๑๑๐ บาท / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๕๐๐ บาท และปี ๒๕๕๒  จำนวน 110 / คน หรืออย่างน้อยแผนกละ ๓,๕๐๐ บาท , ในข้อที่ ๑๘ รถพยาบาลให้จำเลยจัดให้มีเจ้าหน้าที่สำหรับขับรถพยาบาลตลอดเวลา, ในข้อที่ ๒๐ การจัดแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์ ให้จำเลยจัดแพทย์ด้านอาชีวเวชศาสตร์จากโรงพยาบาลอ่างทองมาตรวจและให้คำปรึกษาแก่พนักงานเดือนละ ๒ ครั้ง และในข้อที่ ๒๕ สนามกีฬา (๒๕.๔) ให้จำเลยทำการสนามเปตองจำนวน ๓ สนาม ณ บริเวณหอพักชมดาว ตามคำฟ้องข้อที่ ๔.๖. ด้วย

 

           ¨ ให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยจ่าย

                         ค่าจ้าง  รวม .................................................................................................................. บาท

                         ค่าล่วงเวลา  รวม .........................................................................................................  บาท

                         ค่าทำงานในวันหยุด รวม ............................................................................................. บาท

                         ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี รวม ................................................................ บาท

                         ค่าล่วงเวลาในวันหยุด รวม ........................................................................................... บาท

                          ค่าชดเชย รวม ............................................................................................................. บาท

                          เงินทดแทน รวม .......................................................................................................... บาท

..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

          ¨ ให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ โดย……………………………….............

……………………………………………………………………………………………………….……..…………..………………………………………………………………………………………………….

 

           ¨ ให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของจำเลย และ................................................................................................ ..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

           ¨ ให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคม โดย........................................................................... ..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

           ¨ ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายที่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเงิน .....................................................บาท และให้จำเลย.......................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

           ¨ ให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานในกรณีอื่น .........................................................................

..............................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

 

....................................................    โจทก์ / ผู้แทนโจทก์

 

..................................................... ผู้พิพากษาผู้จดบันทึก

 

คำสั่งศาล

....................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................

                      นัดพิจารณาและสืบพยานโจทก์วันที่            เดือน            พ.ศ.๒๕..

เวลา                 นาฬิกา

.....................................................................ผู้พิพากษาแรงงานภาค ๑