บทนำ

                    ขณะนี้บริษัทกำลังประสบปัญหาด้านการจำหน่ายสินค้าให้แก่ลูกค้าของบริษัท  กล่าวคือ กำลังซื้อสินค้าของบริษัทลดลงเป็นอย่างมาก ทำให้ฝ่ายบริหารอ้างว่า อาจต้องหยุดสายการผลิตบางสายการผลิตลง  และได้ขอความร่วมมือให้พนักงานทุกคนช่วยกันประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ลง  โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับด้านค่าแรงของคนงาน เช่น การลดการทำงานล่วงเวลาลง  การให้พนักงานฝ่ายบริหารเปลี่ยนไปหยุดงานในวันอื่นเมื่อพนักงานทำงานในวันหยุดตามประเพณี  เพื่อที่บริษัทจะไม่ต้องจ่ายค่าแรงเป็นสองเท่าในวันหยุดตามประเพณีที่พนักงานได้ทำงานให้แก่บริษัท
                สภาวการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นอาจทำให้พนักงานบางส่วนเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่มั่นคงของบริษัท และอาจกลัวว่าผลกระทบที่ตามมาจะทำให้พนักงานต้องเดือดร้อน เช่น อาจต้องถูกลดเวลาทำงาน หรือคิดไปไกลถึงขนาดถูกบริษัทลดพนักงานลง  เพราะในบางครั้งหัวหน้างานที่ได้รับคำสั่งให้มาแจ้งข่าวกับพนักงานระดับล่างก็มักจะพูดให้ลูกน้องเกิดความหวาดกลัว หรือพูดเกินความจริงมากขึ้น  ในขณะที่หัวหน้างานบางคนก็พูดเรื่องจริงและให้กำลังใจแก่พนักงานที่เป็นลูกน้องของตนเองด้วย  ซึ่งการพูดในเชิงดีเช่นนี้ย่อมทำให้เกิดผลดีต่อบริษัทและพนักงานทุกคน 
               ปัญหาเรื่องกำลังซื้อสินค้าของบริษัทที่ลดลงในเวลานี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเราย่อมทราบกันดีอยู่แล้วว่า ขณะนี้ได้เกิดปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจขึ้นทั่วโลกอันเนื่องมาจากปัญหาวิกฤติการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์ของประเทศอเมริกา กล่าวคือ ปัญหาฟองสบู่แตกของการขายสินค้าเกี่ยวกับบ้านและที่ดินซึ่งผู้ซื้อบ้านและที่ดินส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายเงินค่าซื้อบ้านและที่ดินได้เนื่องจากมีการปั่นราคาเกินความเป็นจริง  ผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้บริษัท ธนาคาร หรือบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับตลาดหุ้นใหญ่ของประเทศอเมริกา ญี่ปุ่น และในหลายประเทศได้รับผลกระทบและปิดกิจการลงเป็นจำนวนมาก เมื่อเป็นเช่นนี้บริษัทหรือผู้ประกอบการธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องชลอการผลิตลงเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบมาถึงบริษัทของตน  โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจได้กล่าวว่าปัญหาความตกต่ำด้านเศรษฐกิจของโลกจะยาวนานไปเป็นเวลานับปี
               
ดังนั้น จึงอยากให้ฝ่ายบริหารของบริษัทได้ยอมรับความจริงในเรื่องนี้  และได้พูดเรื่องจริงให้พนักงานได้ทราบด้วย เมื่อถึงคราวที่บริษัทมีผลประกอบการที่ดี มีกำไรปีละพันล้านบาทถึงสองพันล้านกว่าบาท  บริษัทก็ได้สะสมกำไรเหล่านั้นไว้ส่วนหนึ่ง  ในขณะที่ผู้ถือหุ้นต่างได้รับผลตอบแทนการลงทุนถึงหนึ่งร้อยยี่สิบเปอร์เซ็นต์  เมื่อบริษัทถึงคราวที่ได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสภาวะที่ตกต่ำของเศรษฐกิจโลกฝ่ายบริหารก็ต้องรับภาระที่เกิดขึ้นแทนพนักงานบ้างไม่ใช่คิดจะเอาพนักงานเป็นตัวประกันเช่นนี้ อย่างไรก็ตามพนักงานทุกคนย่อมทราบกันดีแล้ว เมื่อบริษัทมีผลประกอบการที่ดี มีกำไรมากมาย บริษัทก็ไม่เคยที่จะแจ้งข่าวดีดังกล่าวให้พนักงานทราบ  หรือไม่เคยแม้แต่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่พนักงานเพิ่มขึ้นเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างไร แต่เมื่อใดก็ตามบริษัทมีปัญหาในเรื่องสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ฝ่ายบริหารก็จะรีบแจ้งให้พนักงานทราบและขอความร่วมมือจากพนักงานให้ช่วยบริษัทโดยทันที  นี่แหละที่เรียกว่าถ้าได้เมื่อใดฉันก็จะเอา แต่ถ้าจะเสียเมื่อใด ฉันก็จะไม่ยอมเสียคนเดียว เพราะฉันคือนายทุน และพวกเธอคือ แรงงาน นั่นเอง