มุมกฎหมาย

สิทธิในการเรียกค่าขาดไร้อุปการะ
           ฎีกาที่ 5128/2546 เงินที่โจทก์ได้รับจากสำนัก งานประกันสังคมเป็นค่าทดแทนที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ของพระราชบัญญัติเงินทดแทนฯ มาตรา 18 เป็นการจ่ายเงินเพื่อการคุ้มครองแรงงานมิใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการละเมิด โจทก์จึงมีสิทธิเรียกร้องค่าขาดไร้อุปการะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 443 วรรคสามได้ จำเลยไม่อาจอ้างค่าทดแทนที่ ที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับดังกล่าวมาเพื่อขอลดหย่อนค่าขาดไร้อุปการะได้
          หมายเหตุ มาตรา 18 เมื่อลูกจ้างประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหายให้นายจ้างจ่ายค่าทดแทนเป็นรายเดือนให้แก่ลูกจ้างหรือผู้มีสิทธิตามมาตรา 20 แล้วแต่กรณี
มาตรา 443 (วรรค 1) ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้นค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น ๆ อีกด้วย (วรรค 3) ถ้าว่าเหตุที่ตายนั้นทำให้บุคคลคนหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฎหมายไปด้วยไซ้ร ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น

“บุตร”หมายความว่าอย่างไร ?
           ฎีกาที่ 4940/2545 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมไม่ได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “บุตร” ว่ามีความหมายอย่างไร เมื่อพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว ซึ่งเป็นกฎหมายซึ่งออกมาใช้บังคับเพื่อช่วยเหลือลูกจ้างซึ่งเป็นผู้มีฐานะด้อยในทางสังคมเพื่อให้สวัสดิการแก่ลูกจ้างและครอบครัว ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนส่วนใหญ่มักจะอยู่กันฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ดังนั้น คำว่า “บุตร” ตามมาตรา 73 จึงต้องหมายถึงบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายและรวมถึงบุตรอันแท้จริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ประกันตนด้วย เมื่อโจทก์เป็นบุตรอันแท้จริงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ส. ผู้ประกันตนซึ่งถึงแก่ความตาย โจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ในกรณี ส. ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ตามพระราชบัญญัติประกันสังคมฯ มาตรา 73 (2)
           หมายเหตุ มาตรา 73 ในกรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตายโดยมิใช่ประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน ถ้าภายในระยะเวลาหกเดือนก่อนถึงแก่ความตายผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ให้จ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีตาย ดังนี้
          “เงินสงเคราะห์กรณีที่ผู้ประกันตนถึงแก่ความตาย ให้จ่ายแก่บุคคลซึ่งผู้ประกันตนทำหนังสือระบุให้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์นั้น แต่ถ้าผู้ประกันตนมิได้มีหนังสือระบุไว้ก็ให้นำมาเฉลี่ยจ่ายให้แก่สามี ภริยา บิดา มารดา หรือบุตรของผู้ประกันตนในจำนวนที่เท่ากัน”

ไม่ถือว่าได้รับความเดือดร้อน
          ผู้ตายประสบอันตรายถึงแก่ความตายเนื่องจากการทำงานให้แก่นายจ้าง ผู้ตายได้เช่าซื้อรถยนต์ให้โจทก์ประกอบอาชีพและให้โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อได้ทวงถามและเป็นเหตุให้โจทก์ต้องหาเงินไปชำระค่าเช่าซื้อ การที่โจทก์ทวงถามให้ชำระค่าเช่าซื้อเป็นกรณีถูกทวงถามให้ปฏิบัติตามสัญญาค้ำประกันในฐานะที่ โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันในการเช่าซื้อ แม้โจทก์จะเป็นผู้อยู่ในอุปการะของผู้ตายและได้รับความเดือดร้อนจากการถูกทวงถามค่าเช่าซื้อก็เป็นกรณีที่โจทก์ได้รับความเดือดร้อนเพราะถูกบังคับตามสัญญาค้ำประกัน ไม่ถือว่าโจทก์ได้รับความเดือดร้อนเพราะขาดอุปการะจากผู้ตายตามพระราชบัญญัติเงินทด แทน พ.ศ. 2537 มาตรา 20 วรรคท้าย โจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน
         หมายเหตุ บุคคลที่อยู่ในอุปการะของลูกจ้างก่อนลูกจ้างถึงแก่ความตาย โดยจะมีสิทธิรับเงินทดแทนต่อเมื่อปรากฏข้อเท็จจริง ดังนี้
         
1. ลูกจ้างไม่มีทายาทโดยธรรมคือ ไม่มีบิดามารดา สามี ภรรยา และบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
          2. ต้องเป็นผู้ที่ลูกจ้างได้ให้ความอุปการะคุณอยู่แล้วก่อนที่ลูกจ้างจะถึงแก่ความตาย
          3. บุคคลนั้นได้รับความเดือดร้อนเพราะขาดอุปการะจากการที่ลูกจ้างตายหรือสูญหาย

สิทธิ์ที่ควรจะได้จากการทำประกันภัยและประกันสังคม
          เมื่อผู้ประกันตนตกเป็นผู้ประสบภัยจากรถจะเบิกได้ทั้งจากประกันภัยและประกันสังคมหรือไม่
ที่ต้องให้พวกเราทราบ อยากจะให้เพื่อน ๆ ช่วยทำความเข้าใจให้มาก เราเองเพิ่งรู้ว่าหากเราขับรถไป โดนชน เราบาดเจ็บ รถเรามีประกันภัยและเราเป็นคนที่ส่งเงินให้ ประกันสังคมทุกเดือนมา บัดนี้เราสามารถเบิกได้ทั้งประกันสังคมและประกันภัย เนื่องจากได้มีคำพิพากษาของศาลฎีกาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วถือเป็นบรรทัดฐานได้เลยว่า ถ้าผู้ประกันตนตกเป็นผู้ประสบภัยจากรถ ย่อมจะสามารถเบิกได้ทั้งจาก พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และจากบริษัทประกันภัย ในทำนองเดียวกัน ผู้ประกันตนต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยา บาลและผู้ประกันภัยมีการทำประกันภัยสุขภาพไว้กับบริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทประกันวินาศภัย ก็ย่อมจะเบิกได้ทั้งจากพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 และจากประกันสุข ภาพ ในขณะเดียวกัน ตรงนี้เราคือคนที่มีประกันสังคมทั้งประเทศต้องรับทราบ อย่าให้เจ้าหน้าที่มาบอกว่าเบิกไม่ได้อันนี้บอกไปเลยไปดูคำ

พิพากษา ศาลฎีกา ที่ 2040 / 2539
          นี่คือ สิทธิที่เราต้อง ได้ส่งเงินให้ประกันสังคมทุกเดือนและเราได้รับผลจากคำพิพากษาศาลฎีกานี้เต็ม ที่ด้วยสิทธิอันชอบธรรมละตามกฎมาย แล้วในทางปฏิบัติจะทำอย่างไรประกันสังคมและพ.ร.บ.ฯ ไม่ได้ปฏิเสธการเบิก แต่การเบิกเงินจะต้องนำเป็นใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลตัวจริงจากโรงพยาบาลไปเบิก ซึ่งทางโรงพยาบาลจะออกให้ชุดเดียว(ปฏิเสธการออกมากกว่า1ชุด) ก็เอาใบเสร็จชุดเดียวนี่แหละ ไปเบิกกับประกันภัยก่อนทำเรื่องกับประกันภัยแล้วบอกด้วยว่าขอใบเสร็จ ประกันภัยจะประทับตราว่า ใบเสร็จนี้เบิกจากประกันฯไปแล้วก็เอาไปเบิกประกันสังคมได้ จะประทับตรามายังไงก็ไม่สำคัญขอแค่ตัวจริงพอ (ใบเสร็จ+ใบรับรองแพทย์)