ข้อบังคับสหภาพแรงงานไทยเรยอน พ.. 2521

( แก้ไขเพิ่มเติม พ.. 2548 )

………………………………………………

 

หมวดที่ 1.  บททั่วไป

          ข้อที่ 1.  ข้อบังคับนี้ เรียกชื่อว่า ข้อบังคับสหภาพแรงงานไทยเรยอน พ.. 2521”

            ข้อที่ 2. ข้อบังคับนี้มีผลบังคับใช้นับแต่วันที่นายทะเบียนรับจดทะเบียน

            ข้อที่ 3. สหภาพแรงงานนี้มีชื่อว่า “  สหภาพแรงงานไทยเรยอน

            ข้อที่ 4. สหภาพแรงงานไทยเรยอน มีสำนักงานตั้งอยู่ เลขที่ 36 หมู่ 2 . โพสะ อ. เมือง

. อ่างทอง

            ข้อที่ 5. เครื่องหมายสหภาพแรงงานไทยเรยอนมีดังนี้ เป็นรูปมือจับกันอยู่ใต้ลูกโลกมีนกพิราบ 2 ตัวอยู่เหนือลูกโลก มีคำว่า สหภาพแรงงานไทยเรยอนล้อมรอบ ตามรูปที่ประทับ

  

  

ตัวอย่างตราที่ใช้ประทับ

           
            ข้อที่ 6. สหภาพแรงงานไทยเรยอน ประกอบด้วยคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯสมาชิกสหภาพแรงงานฯ และที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฯ


หมวดที่
2. วัตถุประสงค์

            ข้อที่ 7. เพื่อการแสวงหาและคุ้มครองผลประโยชน์เกี่ยวกับสภาพการจ้าง และส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างระหว่างลูกจ้างด้วยกัน


หมวดที่
3. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ

            ข้อที่ 8. คุณสมบัติของผู้เข้าสมัครเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ฯ

                      8.1 เป็นลูกจ้างบริษัท ไทยเรยอน จำกัด

                      8.2 เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย และยินดีปฏิบัติตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานฯ โดยเคร่งครัด

            ข้อที่ 9. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ฯ ผู้สมัครต้องกรอกแบบฟอร์มใบสมัครตามที่สหภาพแรงงานฯ กำหนดแล้วยื่นใบสมัครและค่าบำรุงสหภาพแรงงาน ฯ ครั้งแรก 20 บาทต่อนายทะเบียนสหภาพแรงงานไทยเรยอน

            ข้อที่ 10. สมาชิกสหภาพแรงงานฯ จะเป็นสมาชิกโดยสมบรูณ์ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากประธานสหภาพแรงงานฯ แล้ว

            ข้อที่ 11. สมาชิกสหภาพแรงงานฯ เสียเงินค่าบำรุงสหภาพแรงงานฯ เดือนละ 230 บาท โดยวิธีการที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ กำหนดขึ้นมา

            เงินค่าบำรุงดังกล่าว  ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ  แบ่งออกเป็น  ส่วนคือ ใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการบริหารสหภาพแรงงานฯ  เดือนละ  150  บาท  ส่วนที่เหลืออีกเดือนละ 80  บาท  ให้จัดตั้งเป็น  กองทุนสวัสดิการสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน ” 

            การกำหนดระเบียบ  กองทุนสวัสดิการสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน ”  ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานไทยเรยอนเป็นผู้กำหนดขึ้น

            ข้อที่ 12.  การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง  ดังนี้

                      12.1  พ้นจากการเป็นลูกจ้างของบริษัทไทยเรยอน จำกัด

12.2  ลาออกโดยการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อสหภาพแรงงานฯ

12.3  ขาดการส่งเงินค่าบำรุงสหภาพแรงงานเป็นเวลา  เดือน  โดยได้รับเตือนจาก

เหรัญญิกเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วหนึ่งครั้ง

                    12.4  ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ มีมติให้ออกเพราะสร้างความ

แตกแยกในหมู่สมาชิกสหภาพแรงงานฯ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานของกรรมการบริหาร  สหภาพแรงงาน

        12.5  ถึงแก่กรรม


หมวดที่
4.  สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ

          ข้อที่ 13. สิทธิของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ

                     13.1 สมาชิกสหภาพแรงงานฯ ย่อมเสมอกันภายใต้ข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ นี้

                     13.2 มีสิทธิเสนอแนะข้อคิดเห็นในกิจกรรมต่าง ๆ   ของสหภาพแรงงานฯ    โดยผ่าน

กรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

                     13.3  มีสิทธิได้รับบริการต่าง ๆ และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสหภาพแรงงงานฯ

                     13.4  มีสิทธิในการสมัครเข้ารับเลือกตั้งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ  ตำแหน่ง

ต่าง ๆ ที่กำหนดไว้รวมทั้งสิทธิในการได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ของสหภาพแรงงานฯ

                       13.5 มีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่เพื่อเสนอความคิดเห็น รับรองข้อเสนอ อภิปรายสนับสนุน หรือคัดค้านมติของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ตั้งข้อซักถามเกี่ยวกับกิจการของสหภาพแรงงานฯ

           13.6 มีสิทธิตรวจสอบทะเบียนสมาชิกฯ เอกสาร  หรือบัญชีรายรับ รายจ่ายของ สหภาพ แรงงานฯ
                       13.7 มีสิทธิยับยั้ง หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขมติของคณะกรรมการบริหารสหภาพ

แรงงานฯ ด้วยการทำเป็นหนังสือร้องขอต่อประธานสหภาพแรงงานฯ โดยต้องมีสมาชิกสหภาพแรงงานฯ อื่น ๆ รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ทั้งหมด

                   ประธานสหภาพแรงงานฯต้องเปิดประชุมใหญ่วิสามัญ เพื่อขอมติต่อที่ประชุมใหญ่ภายใน 15 วันหลังจากที่ได้รับคำร้องขอนั้น หากที่ประชุมมีมติอย่างใดด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 4 ใน 5 ของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ที่เข้าประชุมทั้งหมดก็ให้เป็นไปตามนั้น

13.8 มีสิทธิถอดถอนกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ    บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือ

ทั้งคณะได้

ให้นำข้อความในข้อ 13.7 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                        หากคณะกรรมการบุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตามความในวรรคแรก ให้ดำเนินการตามข้อ 21

            ข้อที่ 14. หน้าที่ของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ

                      14.1 ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ มติของที่ประชุมใหญ่ มติของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่สหภาพแรงงานฯ ทำไว้กับนายจ้างโดยเคร่งครัด

                      14.2 เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญหรือวิสามัญตามที่สหภาพแรงงานฯ จัดขึ้น

                      14.3 เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสหภาพแรงงานฯ และให้ความร่วมมือช่วยเหลืองานของสหภาพแรงงานฯ โดยเต็มกำลัง


หมวดที่
5. คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

            ข้อที่ 15. คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ประกอบด้วยกรรมการบริหารอย่างน้อย 11 คน และมีจำนวนสูงสุดไม่เกิน 17 คน ซึ่งจะต้องประกอบด้วยตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้คือ ประธานสหภาพแรงงานฯ รองประธานสหภาพแรงงานฯ เลขานุการ เหรัญญิก นายทะเบียน และกรรมการฝ่ายอื่น ๆ ตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ จะกำหนด

             ผู้ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนลำดับที่หนึ่งและลำดับที่สอง ดำรงตำแหน่งประธาน สหภาพแรงงานฯ  และรองประธานสหภาพแรงงานฯ ส่วนกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้เลือกตั้งกันเองในหมู่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

            ข้อที่ 16. กรรมการฝ่ายต่าง ๆ อาจเสนอรายชื่ออนุกรรมการประจำฝ่ายหรืออนุกรรมการเฉพาะกิจต่อประธานสหภาพแรงงานฯ เพื่อขอรับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติงานในฝ่ายของตนเฉพาะเรื่องได้

อายุกรรมการประจำฝ่ายหรืออนุกรรมการเฉพาะกิจให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน

คำสั่งแต่งตั้งนั้น ๆ

            ข้อที่ 17. การได้มาของคณะกรรมการบริหารสหาพแรงงานฯ

          17.1 ได้มาจากบุคคลที่ได้รับคะแนนสูงสุด และรองลงมาในการเลือกตั้งจากที่ประ ชุมใหญ่ ของสมาชิกสหภาพแรงงานทั้งหมด ตามจำนวนคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ที่

กำหนดไว้ในข้อ 15.

         17.2 ได้มาจากการเลือกตั้งซ่อมตามข้อ 20.

ข้อที่ 18. คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี

ข้อที่ 19. คุณสมบัติของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

          19.1 เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานไทยเรยอน

          19.2 มีสัญชาติไทย โดยการเกิดและอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันเปิดรับสมัคร

ข้อที่ 20. นอกจากครบวาระตามข้อบังคับของสหภาพแรงงานฯ กรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังนี้

          20.1 พ้นจากตำแหน่งตามข้อ 13.8

          20.2 พ้นจากสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ตามข้อ 12.

          20.3 ลาออกโดยได้รับการอนุมัติจากประธานสหภาพแรงงานฯ สำหรับกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ

ข้อที่ 21. หากกรรมการพ้นจากตำแหน่งเป็นรายบุคคล หรือพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะให้ดำเนินการดังนี้

          21.1 กรณีพ้นจากตำแหน่งเป็นรายบุคคล จนกระทั่งมีจำนวนกรรมการน้อยกว่าจำนวนต่ำสุดที่กำหนดไว้ตามข้อ 15. ให้เลื่อนผู้สมัครเข้ารับการเลือกตั้งที่มีคะแนนรองลงมา ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งคนสุดท้ายขึ้นมาเป็นกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างลงและให้มีอายุการเป็นกรรมการตามวาระของผู้ที่ตนแทนนั้น โดยให้มีจำนวนกรรรมการตามความในข้อ 15.

          21.2 หากกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ ให้ทำการเลือกตั้งคณะกรรมการ    บริหารสหภาพแรงงานฯ ชุดใหม่ภายใน 120 วัน นับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่งนั้น

          หากวาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯที่พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ เหลืออยู่ไม่ถึง 180 วันไม่ต้องทำการเลือกตั้งซ่อม

ข้อที่ 22. หน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

          22.1  ดำเนินกิจการของสหภาพแรงงานฯ  ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของข้อบังคับ

สหภาพแรงงานฯ และมติของที่ประชุมใหญ่

          22.2 สรุปผลการทำงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ และฐานะทางการเงินของสหภาพแรงงานฯ แจ้งให้สมาชิกสหภาพแรงงานฯ ทราบทุกเดือน

          22.3 เข้าร่วมประชุมและตอบกระทู้ของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ทุกครั้งที่เปิดประชุมใหญ่

          22.4 พิจารณารับรองการแต่งตั้งที่ปรึกษาสหภาพแรงงานฯ

          22.5 กรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ บุคคลใดบุคคลหนึ่งก่อให้เกิดหนี้สินแก่ สหภาพแรงงานฯ โดยไม่ชอบด้วยข้อบังคับสหภาพแรงงานฯ กรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ   ผู้นั้นจะต้องรับใช้หนี้สินเป็นการส่วนตัว

          22.6  รับผิดชอบร่วมกันในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

          22.7 เสนอระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ต่อประธานสหภาพแรงงานฯ เพื่อบรรจุไว้ในวาระการประชุมตามข้อ 23.3

ข้อที่ 23. อำนาจหน้าที่ของประธานสหภาพแรงงานฯ

          23.1  เป็นตัวแทนสหภาพแรงงานฯ ในการติดต่อกับนายจ้างหรือองค์การอื่น ๆ

          23.2  เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ และในที่ประชุมใหญ่

          23.3 กำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯร่วมกับเลขานุการ

          23.4  ลงคะแนนเสียงชี้ขาดในมติที่มีคะแนนเสียงเท่ากันในการประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ และที่ประชุมใหญ่

          23.5 แต่งตั้งหรือถอดถอนอนุกรรมการประจำฝ่ายหรืออนุกรรมการเฉพาะกิจตามความในข้อ 16.

          23.6 ควบคุมการทำงานของคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ของสหภาพแรงงานฯ ให้เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้

          23.7 ลงนามในประกาศ หรือคำสั่งหรือแถลงการณ์ใด ๆ ของสหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 24. อำนาจหน้าที่ของรองประธานสหภาพแรงงานฯ

          24.1 ทำหน้าที่แทนประธานสหภาพแรงงานฯ เมื่อประธานสหภาพแรงงานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

          24.2 ช่วยเหลืองานสหภาพแรงงานฯ ในด้านต่าง ๆ และปฏิบัติงานตามที่ประธาน สหภาพแรงงานฯ มอบหมาย               

  ข้อที่ 25. อำนาจหน้าที่ของเลขานุการ

           25.1 ทำหน้าเกี่ยวกับงานสารบรรณทั่วไปของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรง งานฯ

           25.2 จดบันทึก และทำรายงานการประชุมของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรง งานฯ และที่ประชุมใหญ่

          25.3 ออกหนังสือนัดประชุมและแจ้งวาระการประชุมให้คณะกรรมการบริหาร สหภาพแรงงานฯ หรือสมาชิกสหภาพแรงงาน ฯ ทราบก่อนวันประชุม 3 วัน

          25.4 ทำหน้าที่ประสานงานระหว่างสมาชิกสหภาพแรงงานกับคณะกรรมการ บริหารสหภาพแรงงานฯ

          25.5 มีหน้าที่ร่างโต้ตอบจดหมายของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 26. อำนาจหน้าที่ของเหรัญญิกสหภาพแรงงานฯ

          26.1 รับผิดชอบการเงินและทรัพย์สินของสหภาพแรงงานฯ

          26.2 จัดทำบัญชีรายรับและรายจ่ายของสหภาพแรงงาน ฯ ให้เป็นปัจจุบันเสมอ

          26.3 ลงนามฝากหรือถอนเงินในบัญชีเงินฝากของสหภาพแรงงานฯ ร่วมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งในคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ตามที่ประธานสหภาพแรงงานฯ มอบหมาย

          26.4 เก็บและรักษาเงินสดของสหภาพแรงงานฯ เพื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ไม่เกิน 2,000 บาท

          26.5 จัดเก็บและทวงถามเงินค่าบำรุงสมาชิกสหภาพแรงงานฯ จากสมาชิกฯ ผู้ค้างชำระ

ข้อที่ 27. อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ฝ่ายอื่น ๆ

          ทำหน้าที่บริหารงานในฝ่ายของตนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหภาพแรงงานฯ มติของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ และมติของที่ประชุมใหญ่

ข้อที่ 28. การประชุมของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ แบ่งออกเป็น

          28.1 การประชุมสามัญ เป็นการประชุมตามปกติของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ซึ่งจะต้องประชุมอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

          28.2 การประชุมวิสามัญ จะกระทำได้ต่อเมื่อมีเหตุการณ์อันเร่งด่วนอันจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ หรือสหภาพแรงงานฯ โดยให้อยู่ในดุลพินิจของประธานสหภาพแรงงานฯ เป็นผู้เรียกประชุม

          คณะกรรมการสหภาพแรงงานฯ ตั้งแต่ 3 คน อาจทำหนังสือร้องต่อประธานสหภาพแรงงานฯ เพื่อให้เปิดการประชุมวิสามัญได้

ข้อที่ 29. การครบองค์ประชุมของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

          29.1 การประชุมทุกครั้งต้องมีคณะกรรมบริหารสหภาพแรงงานฯ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด ของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม

          29.2 ในกรณีไม่ครบองค์ประชุม ให้ประธานสหภาพแรงงานฯ เรียกประชุมใหม่ภายใน 3 วัน หากกรรมการบิหารสหภาพแรงงานฯ มาประชุมเกินกว่าครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ บริหารสหภาพแรงงานฯ ทั้งหมด ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อที่ 30. การประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ วิสามัญตามข้อ 28.2 หากมีคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ เข้าร่วมประชุมครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ก็ถือว่าครบองค์ประชุม

ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุม ให้ประธานสหภาพแรงงานฯ เรียกประชุมใหม่ในวันต่อไปหากมีกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมเกินกว่า 1 ใน 3 ของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ทั้งหมดก็ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อที่ 31. การลงมติของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ถือคะแนนเสียงข้างมากของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ที่เข้าร่วมประชุม

 

หมวดที่ 6. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 32. ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ชุดใหม่ ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดการเลือกตั้งขึ้นมาคณะหนึ่ง โดยมีกรรมการไม่น้อยกว่า 10 คน และไม่เกิน 15 คน เพื่อทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ข้อที่ 33. คณะอนุกรรมการจัดการเลือกตั้งโดยความเห็นของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ อาจจะออกระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการเลือกตั้งแต่ละครั้งได้ ระเบียบดังกล่าวจะต้องประกาศให้สมาชิกสหภาพแรงงานฯ ทราบก่อนวันเลือกตั้ง 15 วัน

ข้อที่ 34. คณะอนุกรรมการจัดเลือกตั้งตามความในข้อ 32. แต่งตั้งจากสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ในแผนกต่าง ๆ ของบริษัท ไทยเรยอนจำกัด โดยให้แต่ละแผนกมีอัตราเฉลี่ยในจำนวนที่เท่ากัน

ข้อที่ 35. การสมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ให้ผู้สมัครยื่นใบสมัครตามฟอร์มที่สหภาพแรงงานกำหนด ต่อประธานคณะอนุกรรมการจัดการเลือกตั้งภายในระยะเวลาที่กำหนด

ข้อที่ 36. ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดจนถึงบุคคลที่ได้รับคะแนนต่ำสุดจากการเลือกตั้งตามจำนวนกรรมการบริหารในข้อ 15. ดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

            ผู้ได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนลำดับที่หนึ่งและลำดับที่สอง ดำรงตำแหน่งประธานสห-ภาพแรงงานฯ  และรองประธานสหภาพแรงงานฯ ส่วนกรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ให้เลือกตั้งกันเองในหมู่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 37. การจัดสรรตำแหน่งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ตามข้อ 36. วรรค 2 ให้เป็นไปตามความสมัครใจของผู้ดำรงตำแหน่งนั้น ประกอบกับดุลพินิจของคณะกรรมการบริหาร สหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 38.  หากคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ พ้นจากตำแหน่งตามความในข้อ 20 เกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ทั้งหมด ให้กรรมการบริหารสหภาพ แรงงานฯ ที่เหลือพ้นจากตำแหน่งด้วย

 ในการนี้ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ชุดที่พ้นจากตำแหน่งรักษาการไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 120 วัน โดยให้เป็นไปตามข้อ 32, 33, 34, 35, 36 และ 37

ข้อที่ 39. หากประธานสหภาพแรงงานฯ พ้นจากตำแหน่งตามความในข้อ 20 ให้รองประธานสหภาพแรงงานฯ ดำรงตำแหน่งแทน ให้คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ เลือกกรรมการบริหารสหภาพแรงงานบุคคลอื่น ทำหน้าที่แทนรองประธานสหภาพแรงงานฯ  ที่ไปดำรงตำแหน่งประธานสหภาพแรงงานฯ

 หากรองประธานสหภาพแรงงานฯ ที่ไปดำรงตำแหน่งให้นำความในวรรคแรกมาบังคับใช้โดยอนุโลม

 ข้อที่ 40. การเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ ให้ทำการเลือกตั้งโดยการลงคะแนนลับหรือวิธีลงคะแนนเปิดเผยก็ได้ ซึ่งแล้วแต่คณะกรรรมการจะกำหนดเป็นคราว ๆ ไป ทั้งนี้ต้องประกาศให้สมาชิกทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน


หมวดที่
7 การประชุมใหญ่

ข้อที่ 41. การประชุมใหญ่แบ่งออกเป็น 2 อย่างคือ การประชุมใหญ่สามัญ และวิสามัญ

ข้อที่ 42. การประชุมใหญ่สามัญ หมายถึง การประชุมที่จัดขึ้นเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้งในเดือนที่คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ จะกำหนด

          ระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญอย่างน้อยต้องมีระเบียบวาระดังนี้

           42.1 รับทราบกิจการที่ทำไปในรอบปี

           42.2 รับรองงบดุล การตรวจสอบบัญชี และการเลือกตั้งผู้สอบบัญชี

           42.3 การเลือกตั้งกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ

           42.4 พิจารณากิจการอื่น ๆ

ข้อที่ 43. การประชุมใหญ่วิสามัญ หมายถึง การประชุมใหญ่ที่พิเศษนอกเหนือจากการประชุมตามปกติจะกระทำได้ดังนี้

           43.1 เป็นไปตามข้อ 13.7 และ 13.8

           43.2 คณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานฯ เรียกประชุม

           43.3 สมาชิกสหภาพแรงงานฯ ไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกฯ ทั้งหมดร่วมกันร้องขอให้เปิดการประชุมต่อประธานสหภาพแรงงานฯ ประธานสหภาพแรงงานฯ ต้องเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับคำร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรนั้น

  ข้อที่ 44. การครบองค์ประชุมของการประชุมใหญ่สามัญ และวิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสหภาพแรงงานฯ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงงานฯ ทั้งหมด

          ในกรณีที่ไม่ครบองค์ประชุมตามความในวรรคก่อน ให้ประธานสหภาพแรงงานฯ เรียกประชุมใหม่ภายใน 3 วัน หลังจากการเรียกประชุมครั้งแรก ถ้าไม่ครบองค์ประชุมอีกแต่มีสมาชิกเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกฯ ทั้งหมด ก็ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อที่ 45. มติที่ประชุมใหญ่ หมายถึงมติที่ได้รับคะแนนเสียงข้างมากของผู้ที่เข้าร่วมประชุมถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานสหภาพแรงงานฯ เป็นผู้ชี้ขาดยกเว้นการประชุมใหญ่ในเรื่องการควบสหภาพแรงงานฯ การเข้าร่วมจัดตั้งหรือเป็นสมาชิกสหพันธ์แรงงานฯ สภาองค์การลูกจ้าง หรือการเลิกสหภาพแรงงานฯ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกสหภาพแรงงานฯ เกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสหภาพแรงงานฯ ทั้งหมด

          สำหรับมติที่ประชุมใหญ่ วิสามัญตามข้อ 13.7 และข้อ 13.8 ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อนั้น ๆ

 

หมวดที่ 8 การเงินและทรัพย์สินของสหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 46. การเงินและทรัพย์สินของสหภาพแรงงานฯ ได้มาจากเงินค่าสมัคร ค่าบำรุงสมา-ชิกสหภาพแรงงานฯ และได้มาจากการบริจาคของสมาชิกสหภาพแรงงานฯ หรือบุคคลภายนอก

ข้อที่ 47. เหรัญญิกสหภาพแรงงานฯ ต้องจัดทำงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบ 12 เดือน อันจัดว่าเป็นรอบปีบัญชีของสหภาพแรงงานฯ

งบดุลต้องมีรายการแสดงจำนวนทรัพย์สินและหนิ้สินของสหภาพแรงงานฯ กับทั้งบัญชีรายรับ รายจ่าย เมื่อทำเสร็จแล้วต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีตรวจสอบ แล้วนำมาเสนอขอรับรองต่อที่ประชุมใหญ่ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันสิ้นปีการบัญชี และรายงานกิจการประจำปีพร้อมทั้งสำเนางบดุลเสนอกับนายทะเบียนสหภาพแรงงานประจำจังหวัดภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ ที่ประชุมใหญ่อนุมัติ

ข้อที่ 48. ผู้สอบบัญชีซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่ มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชี หลักฐานการรับจ่ายเงิน หรือทรัพย์สินของสหภาพแรงงานฯ และเสนอความคิดเห็นต่อที่ประชุมใหญ่

ข้อที่ 49. ประธานสหภาพแรงงานฯ เป็นผู้ลงนามอนุมัติในการสั่งจ่ายเงินหรือทรัพย์สินของสหภาพแรงงานให้แก่กรรมการฝ่ายอื่น ๆ ตามที่เสนอขอมา โดยมีเหรัญญิกเป็นผู้ติดตามการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินนั้น ๆ ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอมาหรือไม่ หากไม่เป็นไปตามคำขอให้แจ้งให้ประธานสหภาพแรงงานฯ ทราบเพื่อดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไป

ข้อที่ 50. การใช้เงินที่เกินกว่า 2,000 บาท จะต้องได้รับความเห็นชอบที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สหภาพแรงงานฯ

ข้อที่ 51. การใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินตามข้อ 4